วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

อาหารที่ชอบ


มีสิ่งหนึ่่งที่ฉันชอบและกินมาตั้งแต่เด็กๆเลยนั้นก็คือไข่

ที่สำคัญคือเวลากินไข่ ฉันต้องใส่พริกด้วย จะได้เผ็ดนิดๆ ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น

555+อร่อยดีนะ :)

ไข่จ้า

ทุกคน...เราได้อ่านวิธีการต้มไข่จากหนังสือเรื่องฮาจะเกร็งมา ก็เลยมีวิธีการต้มไข่มาบอก

-ถ้าไข่ร้าวหรือไข่แตก ให้ใส่เกลือในน้ำ 1 ช้อน แล้วนำไข่ใส่ลงไป เกลือก็จะปิดรอยไข่สนิทเลย
-ถ้าอยากได้ไข่ต้มที่สวยก็ต้องใช้เวลาต้ม 8 นาที
-ถ้าอยากให้ไข่อร่อยๆก็ต้องทิ้งไข่ไว้ให้หายเย็นก่อน ที่นำไปทอด ไข่ก็จะอร่อยยิ่งขึ้น

**ยังไงก็ลองนำไปใช้กันดูนะ**จิงหรือเปล่าหว่า

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

ติวมาม่า

สวัสดีจ้าทุกทุกคนวันนี้เราได้ไปติวเข้มกับมาม่า มาซึ่งเขาจะติวในการเตรียมสอบGAT/PAT ของพี่ๆ ม.6 ที่โรงเรียนคงคารามซึ่งตอนแรกมันต้องไปติวที่ ม.หอการค้า แต่มันติวถึง 5-6 วัน วิชาละวันมันก็เสียค่าใช้จ่ายมากเหมือนกันแหละ แต่พอรู้ว่าโครงการติวเข้มกับมาม่าเขามีโรงเรียนบรอดแบนด์ ซึ่งจัดถ่ายทอดสนทั่งภูมิภาค ซึ่งที่เพชรบุรีก็มีที่โรงเรียนคงคาราม กับโรงเรียนวัดจันทราวาส แต่วัดจันทราวาสเขาเอาแค่เด็กโรงเรียนเขา ก็เหลือแต่คงคาราม เลยย้ายลายชื่อจากที่ ม.หอการค้า มาติวที่โรงเรียนคงคาราม แต่ว่าเราก็อยู่แค่ม.4อ่ะนะ ก็เลยอยากไปลองติวข้อสอบดู..อิอิ วันนี้วิชาที่ติวคืออังกฤษ วิชานี้ก็ไม่ค่อยเข้า memolody สักเท่าไร แต่ก็ได้พอผ่านๆหูบ้างก็ดีเหมือนกัน วันนี้ปกติมันต้องเรียนตั้งแต่ 8.00-17.00 น. แต่วันนี้ก็เรียนแค่ถึงบ่ายโมงเครียดเกิน 55+ เลยกลับบ้านมาก่อน แต่กะว่าพรุ่งนี้เป็นวิชาคณิตศาสตร์ จะติวทั้งวันไปเลย 55+ก็อยู่ว่างๆอ่ะนะไม่รู้จะทำอะไรปิดเทอม ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยมาลองติวดู ความรู้จะได้เพิ่มพูนขึ้นบ้าง เหอๆ แล้วเพื่อนๆละปิดเทอมได้ไปทำอะไรกันบ้างเปล่า ????????????????

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

กลับมาแล้ว

ว้าว วันนี้ได้ไปทัศนศึกษาที่สมุทรปราการมาด้วย สนุกมากมากมากมายเลย ไปตั้งสองที่แหนะ คือช้างเอราวัณ กับเมืองโบราณ ส่วนตัวนะจะชอบไปที่ช้างเอราวัณมากกว่าเพราะว่าตอนที่ไปเป็นตอนเช้าแล้วอากาศก็ไม่ร้อนมากด้วย แล้วที่นั้นสวยมากเลยนะ ใช้เศษเครื่องเบญจรงค์ มาทำเป็นชิ้นงานต่างๆ หลายรูปแบบ แล้วที่ชอบก็คือเมืองบาดาลกับสวรรค์ 55+แอร์มันเย็นดีอะ^^ ส่วนอีกที่เมืองโราณก็ชอบนะเพราะว่าที่นี่เขาจำลองศิลปะของจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทยมาไว้ที่นี้แล้วก็สวยไม่แพ้ของจริงเลยด้วย แต่ตอนที่ไปดูมันเป็นตอนบ่ายก็เลยรู้สึกว่ามันร้อนไปหน่อย เลยไม่คึกครื้นสักเท่าไร แต่การที่ได้มาเที่ยวครั้งนี้ก็ดีนะ ได้ประสบการณ์ได้เห็นสิ่งต่างๆมากมายหลายอย่างเลย แล้วก็สถานที่สวยมาก ถ้ามีโอกาศไปก็อยากจะไปอีกสักครั้งหนึ่ง

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

วันสอบเสร็จ

ว้าว
^
^
^
สอบเสร็จแล้วจ้า.....หลังจากที่ปวดสมองมาหลายวัน 555+
หลังจากนี้เราก็มาพักผ่อนกัน น น น ....

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

พ้นไปอีกวัน

วันนี้เป็นวันสอบวันที่ 2 แล้ว การสอบครั้งนี้ก็ผ่านไปไม่ค่อยสวยสักเท่าไร พอเห็นข้อสอบมาข้อแรก ก็อยากจะสลบเลยก็ว่าได้นะ อย่างเช่น เคมี อย่างนี้ หึหึ ตกหรือเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย ขนาดอ่านหนังสือนะเนี่ย ตอนแรกก็อ่านๆๆๆๆแบบจำแม่นเลย พอเข้าห้องสอบก็ความรู้ที่อ่านมาเจอกับข้อสอบก็หลุดลอยหายไปกับพัดลมที่กำลังหมุนแล้วTT^TTหน้าเศร้า แต่ก็ดีและ ทำเต็มที่แล้วนี่เนอะ เห้อ อ อ อ อ

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

อ่านกันนะ

สวัสดีจ้ะเพื่อนๆที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ทุกคน ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่กำลังสอบกันอยู่เนอะ หลังจากเมื่อวานก็สอบไปหนึ่งวันและ
พรุ่งนี้ก็ต้องมาตะลุยกับข้อสอบกันต่อ ยังไงก็อ่านหนังสือกันเยอะๆนะ จะได้สอบผ่าน (หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ) เหอๆ ไงก็สู้ๆกันทุกคนเลย

โชคดีนะทุกคน

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

หายสะอึก

สวัสดีทุกๆคน...^^
วันนี้เราลองเอาวิธีทำให้หายสะอึกมาฝากกันนะ วิธีนี้เราไม่ได้ไปค้นไปหามาจากไหนหรอกแต่เป็นวิธีของยายเราเอง แล้ววิธีนี้เราก็เคยนำมาลองใช้แล้วด้วย มันเป็นวิธีที่ง่ายมาก และได้ผลจริงๆ (สำหรับเรานะ) ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรก็ลองตามไปดูกันเลย

เมื่อเราสะอึกเราจะหาน้ำมาดื่มบ้างอะไรบ้าง แต่บางครั้งต้องใช้เวลากว่าจะหายแต่วิธีนี้คือ...
เมื่อเราสะอึก ก็ให้เราสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างช้าๆ แล้วกลั้นข้างไว้ประมาณ 2 วินาที แล้วผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆเหมือนกัน ทำอย่างนี้ประมาณ 2-3 รอบ จะรู้สึกได้เลยสักแปบหนึ่ง อาการสะอึกก็จะหายไปในพริบตาเลยทีเดียว

เชื่อไม่เชื่ออย่างไงก็ลองนำไปใช้กันนะ

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

วันนี้

วันนี้เป็นวันที่ไม่ค่อยมีความสุขเลย ฝนก็ตกหนัก น้ำก็ท่วใโรงเรียนเวลาออกจากโรงเรียนก็ต้องเดินเลาะอ้อมไปทางกำแพง ลำบากสุดๆ หัวเปียกด้วย โอ้ย ชีวิต จะมีอะไรดีหรือไหมเนี่ย เหอๆ..กลับมาถึงบ้านก็ต้องรีบทำการบ้านให้เสร็จมีหลายวิชาเหลือเกิน นี่ก็จะกะว่าคอมเม้นสุดท้ายนี้เสร็จก็จะไปนอนแล้วละ ยังไงก็ ฝันดีกันทั่วหน้านะจ้ะ

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

หวังดี

วันนี้เหนื่อยจังเลย ทำไมการบ้านเยอะจังเลยนะ เมื่อไรจะทำเสร็จเนี่ย อยากรู้จังว่าเพื่อนๆจะเหนื่อยกันแบบนี้บ้างหรือเปล่า แต่เราคิดว่าคงจะเหมือนกันสินะ 55+ แต่ก็ต้องทนอะโนะขยันๆกันเข้าไว้คะแนนจะได้ดีดีนะจ้ะทุกคน^^

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

สิ่งที่รัก


ฉันมีตุ๊กตาอยู่ 3 ตัวซึ่งฉันนอนกอดมันทุกคืนเลย...และฉันก็รักมันมากเลย เวลาฉันนอนเจ้า 3 ตัวนี้ก็จะคอยนอนอยู่เป็นเพื่อนฉัน ทำให้ฉันไม่เหงาเลย เหมือนมีคนมาอยู่ข้างๆเลยก็ว่าได้นะ

ยังไม่ถึงคาด

วันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง

วันนี้แม่ฉันได้ขับรถยนต์กลับมาจากในตัวเมืองซึ่งบ้านฉันนั้นอยู่บ้านแหลม แต่ตอนที่แม่ขับฉันก็ได้นั่งอยู่ด้วยนะ ขับไปเรื่อยๆ ฉันมองไปด้านหน้าของรถ ฉันเห็นตัวอะไรสักอย่างหนึ่งกำลังจะตัดหน้ารถฉัน เมื่อรถเคลื่อนมาใกล้ๆ ฉันก็เห็นว่ามันเป็นเต่า ตอนนั้นแม่ฉันขับเร็วนะ ฉันบอกแม่ว่า เต่า แม่ก็เลยเบรดรถอย่างช้าๆแล้วค่อยผ่านมันไป เมื่อรถฉันผ่านไปแล้วฉันก็มองดูที่กระจกหลัง ฉันกลัวว่ารถคันอื่นจะขับมาเหยียบเจ้าเต่า แต่หันไปก็ไม่มีรถสักคัน เจ้าเต่าก็เลยข้ามฝั่งอย่างปลอดภัยฉันก็โล่งอกไปเลยละ ก็นึกว่าจะเป็นอันตรายซ่ะแล้ว เห้อ...แต่ก็แปลกอีกอย่างหนึ่งนะ ปกติเราจะเห็นเต่าเดินช้าๆใช่ไหมล่ะแต่เต่าตัวนี้กลับวิ่งนะ วิ่งเร็วด้วย 555+สงสัยมันก็กลัวรถจะชนเหมือนกันนะเนี่ย..ใช่ไหมเจ้าเต่า..

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

ระวังนะ


เพื่อนๆรู้กันหรือเปล่าว่าโรคเหงือกอักเสบมีผลกระทบต่อเรามากเลย ถ้าหายเราไม่ดูแลรักษาฟัน และเหงือกเราให้ดีก็อาจจะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆได้และผลที่ตามมาคืออาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้ ซึ่งคนส่วนหนึ่งอาจจะปล่อยปละละเลย อาจจะทำให้สูญเสียฟันโดยไม่รู้ตัวนะจ้ะ

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

น่ารัก


ฉันเข้าเล่น internet ไปเรื่อยๆจนมาเจอภาพนี้เห็นว่าน่ารักดี ก็เลยนำมาให้ทุกคนได้ดูกัน

สุดๆ

วันนี้ปวดท้องจังเลย ท้องเสียอีกแล้วอ่า
ระหว่างเดินไปห้องน้ำที่โรงเรียน คาบ 7
หัวลุกซู่เลย รู้สึกได้เลยล่ะ..จริงๆนะทุกคน
กะว่าจะไปปลดทุกข์ที่ห้องน้ำ แต่ไปแล้ว
ความทุกข์ก็เกิดขึ้นอีก ห้องน้ำเหม็นสุดยอดเลย
แต่ก็นะอุปสรรคมากมายฝนก็ตก รองเท้าก็หลวม
เห้อ..กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเอาแทบแย่เลย
^^

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

เรื่องเล่าอีกหนึ่งเรื่อง

อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของแม่กับลูก อ่านแล้วก็ซึ้งเหมือนกันนะ

เอาลิงก์มาฝากกันด้วย

http://writer.dek-d.com/Aurora_Borealis/story/viewlongc.php?id=457719&chapter=15

เรื่องเล่าของต้นไม้

วันนี้เราเอาลิงก์มาฝาก เกี่ยวกับเรื่องของต้นไม้จ้า

ยังไงก็ขอให้ทุกคนอย่าตัดต้นไม้ทำลายป่ากันนะ

ช่วยกันดูแลรักษาให้มันอยู่กับเรานานๆกัน^^



คลิกเลย
http://writer.dek-d.com/Aurora_Borealis/story/viewlongc.php?id=457719&chapter=3

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บุญมี แต่กรรมบัง

ดีใจจัง วันนี้ไม่มีการบ้าน แต่ก็ยุ่งนะ พรุ่งนี้สอบตั้ง 3 วิชาแน่

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

ภาพหนึ่งภาพ


คุณดูภาพนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงบ้าง


เหงา เศร้า หดหู่ เปล่าเปลี่ยว ท้อใจ มีกำลังใจ หรือมีความสุข


ที่เอามาถามก็แค่อยากรู้ว่าการที่คนเรามองหรือดูภาพหนึ่งภาพ


ความคิดของคนแต่ละคนจะออกมาเหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไร


ลองมองดูนะ

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

คติสอนใจ

ฉันได้อ่านนิทานอีสปเรื่องหนึ่ง เล่าว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าคนหนึ่งไปค้าขายต่างเมือง มีลาไปตัวหนึ่ง มีม้าไปตัวหนึ่ง ม้าตัวโต ลาตัวเล็ก ต่างฝ่ายต่างก็บรรทุกสินค้ากันไปลาบรรทุกได้จำนวนหนึ่ง ม้าบรรทุกได้จำนวนหนึ่ง แต่ลานั้นกำลังน้อยกว่าม้าก็เดินทางกันไปเรื่อยๆ เมื่อเดินทางไปถึงที่แห่งหนึ่ง ลาบอกว่า “พี่ม้า...ฉันเหนื่อยแล้วนะขอพี่ม้าช่วยรับภาระของฉันครึ่งหนึ่งเถิด” ม้าก็บอกว่า “ฉันไม่เหนื่อย...แต่ว่าไม่รับของๆ เธอ ก็เธอเกิดมาเป็นลาตัวเล็กเองนี่...ช่วยไม่ได้... แล้วก็เดินทางต่อไป ลาเตือนอีกครั้งหนึ่ง “พี่ม้าฉันตาลายแล้วนะตอนนี้ ฉันอาจจะสิ้นใจก็ได้...ถ้าพี่ไม่ช่วย” ม้าบอกว่า “ก็ตายไปซิ ฉันก็อยู่ของฉัน... ฉันไม่ตาย” หลังจากนั้นลาก็ล้มลงสิ้นใจตาย พอลาสิ้นใจตาย ม้าก็มีของบรรทุกจากหลังลา เมื่อลาตาย เจ้าของก็ต้องย้ายของเหล่านั้นขึ้นหลังม้า ม้าเริ่มรู้ซึ้งแล้วว่า “การที่อยู่คนเดียวในโลกนั้น สุดท้ายก็ลำบาก ถ้าไม่เอื้อเฟื้อ” แต่เมื่อคิดได้ ลาตายเสียแล้ว แล้วต่อมาเจ้าของเดินเหนื่อยเลยขึ้นขี่ม้าต่อไปอีก พอเจอแบบนี้ม้าคิดถึงลาแล้ว คิดว่า “นี่ถ้าฉันได้ช่วยเธอเสียตั้งแต่แรก ฉันคงไม่ต้องหนักแบบนี้”

ในการอยู่ร่วมในสังคมนั้น ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เสียแล้ว ต้องเป็นสังคมอิทัปปัจจยตา ต้องพึ่งพา คนมีกำลังน้อยก็ทำงานได้ คนมีกำลังใหญ่ก็ทำงานได้ ขอให้ประสานกันเถอะ ทุกคนมีความหมาย ถ้าคนเล็กคนน้อยไม่แตกสามัคคีกัน รวมตัวกัน ใช้ความสามารถอย่างเต็มเหนี่ยวก็จะเอาชนะอุปสรรคได้ แต่ถ้าวันไหนต่างคนต่างเดิน ความหายนะก็มาถึงดังเรื่องลากับม้าที่เล่ามาเป็นตัวอย่างว่า ผู้ได้เปรียบ ผู้เสียเปรียบ จริงๆ แล้วต่างก็มีดี เพียงแต่เปิดดีเข้าหากัน ไม่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต่างคนต่างแปลกแยกซึ่งกันและกัน

นี่ก็เป็นคติสอนใจอย่างหนึ่งที่ฉันนำมาให้ทุกคนได้เข้าใจถึงการช่วยเหลือกันและอยู่ด้วยกันในสังคม...

ออกกำลังกายในคนทำงานคอมนานๆ

สวัสดีทุกๆคน วันนี้ฉันก็เอาวิธีออกกำลังกาย ในคนที่ใช้คอมพิวเตอร์นานๆแล้วรู้สึกปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือส่วนอื่น ๆมาฝากกันนะ ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่านะ ถ้าอยากรู้ก็ลองเอาไปฝึกทำกันนะคะ..^^

..........ไปดูกันเลย..........


ออกกำลังกายอย่างไร ในคนทำงานคอมพิวเตอร์

อาการปวดที่พบบ่อย
อาการที่พบบ่อยในคนทำงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ คือ อาการปวดต้นคอ บ่า ข้อมือ ข้อนิ้วมือ บางคนอาจมีปวดหลังร่วมด้วย สาเหตุที่เกิดขึ้นคือคนทำงานจะพยายามให้ศรีษะอยู่นิ่ง เพื่อช่วยในการมองเห็นจอ แป้นพิมพ์และต้นฉบับ การทำเช่นนี้แม้จะไม่ใช่งานที่หนักของกล้ามเนื้อบริเวณคอและเอ็นของข้อกระดูกสันหลัง แต่เป็นการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบคงที่ มีผลให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณกล้ามเนื้อที่คอและบ่าลดลง ส่วนของเอ็นที่อยู่ด้านหลังของคอจะถูกยึดทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้น้อยลง ดังนั้น การก้มคออยู่เป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนน้อยมาก ย่อมทำให้เกิดอาการปวดของกล้ามเนื้อบ่า และด้านหลังคอ บางท่านอาจมีอาการปวดศรีษะ ยิ่งถ้าเครียดอาการเหล่านี้จะมีมากขึ้น
การออกกำลังกายสำหรับคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์
ท่าที่ 1 นั่งหลังตรง มือทั้งสองข้างจับขอบเก้าอี้ค่อยๆ เอียงคอไปด้านใดด้านหนึ่งช้าๆ เมื่อเริ่มรู้สึกตึงที่บ่า ด้านตรงข้ามให้ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จะรู้สึกว่า กล้ามเนื้อที่ตึงคลายตัว อย่าพึ่งเอียงคอกลับมาที่เดิมให้เอียงเพิ่มไปอีกเล็กน้อยจนรู้สึกตึงเท่าตอนต้น แล้วค้างไว้อีก 10 วินาที แล้วเอียงคอกลับมาในท่าตรง
ท่าที่ 2 นั่งหลังตรง มือทั่งสองข้างจับขอบเก้าอี่ค่อยๆ หมุนคอไปด้านใดด้านหนึ่งช้าๆ เมื่อเริ่มรู้สึกตึงที่บ่า หรือคอด้านตรงข้าม หรือด้านเดียวกัน ให้ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที เมื่อรู่สึกว่ากล้ามเนื้อที่ตึงคลายตัว อย่าเพิ่งหมุนคอกลับมาที่เดิมให้หมุนเพิ่มไปอีกเล็กน้อยจึงรู้สึกตึงเท่าตอนต้นแล้วค้างไว้อีก 10 วินาที แล้วหมุนคอกลับมาในท่าตรง
ถ้ารู้สึกว่ามึนงง หรือเวียนศรีษะขณะหมุนคอพักประมาณ 5 นาที ลองทำซ้ำอีกครั้งถ้ายังมีอาการอีก ต้องปรึกษาแพทย์
ท่าที่ 3 ยักไหล่ขึ้นเต็มที่ ค้างไว้ 5 วินาที แล้วปล่อยไหล่ลง จะรู้สึกว่า กล้ามเนื้อบริเวณบ่ามีการผ่อนคลาย ทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง
ท่าที่ 4 ใช้มือซ้ายจับที่นิ้วบริเวณฝ่ามือขวา ชูมือทั้งสองข้างขึ้นทางด้านหน้า เหยียดศอกให้ตรง ดัดข้อมือขวาเข้าหาตัว จะรู้สึกตึงบริเวณศอกขวาด้านใน ค้างไว้ 10 วินาที สลับไปทำอีกข้าง
ถ้าทำท่านี้แล้วมีอาการชาที่ฝ่ามือ พักประมาณ 5 นาที ลองทำซ้ำ ถ้ายังมีอาการอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
ท่าที่ 5 นวดฝ่ามือซ้าย ด้วยนิ้วโป้งมือขวา ด้วยการกดลงไปตรงๆ บนฝ่ามือแล้วหมุนนิ้วโป้งเป็นวงกลม (ไม่ใช่การถูที่ผิวหนัง) 3 รอบ เลื่อนนิ้วโป้งไปที่จุดอื่นๆ ฝ่ามือซ้ายจนครบทั้งฝ่ามือ สลับไปทำอีกข้าง
ท่าที่ 6 ใช้มือขวาดึงนิ้วโป้งมือซ้ายเข้าหาตัวจะรู้สึกตึงบริเวณอุ้งมือ และข้อนิ้วโป้งค้างไว้ 5 วินาที สลับไปทำอีกข้าง
ท่าที่ 7 ทำสองมือพร้อมกัน กำมือให้แน่นที่สุด 5 วินาที คลายออกช้าๆ เหยียดและกางนิ้วออกให้มากที่สุด 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ในท่าปกติ ทำซ้ำอีก 2-3 รอบ จะรู้สึกผ่อนคลายบริเวณนิ้วและฝ่ามือ
ท่าที่ 8 ยืนหันหน้า เข้าหามุมห้อง เอาฝ่ามือวางไว้ที่ผนังแต่ละข้างในระดับอกก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้าค่อยๆ โน้มตัวเข้าหามุมห้องจนศอกชนกำแพง จะรู้สึกตึงบริเวณหน้าอกทั้งสองข้าง ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีก 2-3 รอบ



เอามาจาก : http://www.elib-online.com/doctors49/gen_exercise001.html

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

นรก สวรรค์ เปรต

เมื่อตอนเย็นฉันได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งหน้าปกเขียนว่า นรก-สวรรค์ เปรต ว้าว..แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้วอะ
ฉันก็เลยลองเข้าไปอ่านดูเรื่องที่ฉันอ่านเรื่องแรกเป็นตอนนรก คือเป็นตอนที่พระคุณเจ้า กับยมบาลคุยกัน
เรื่องนี้น่าอ่านมากเลยแหละ แต่เนื้อเรื่องมันยาวมากคงพิมพ์ไม่ไหวอะนะอยากให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านกันนะเออ...เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ ถ้าว่างเมื่อไรจะมานั่งพิมพ์ให้นะจ้ะทุกคน..บายจ้าฝนอนหลับฝันดีนะทุกคน