วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งผีเสื้อแล้วนะ

เพื่อนๆจ๋า เราพึ่งส่งผีเสื้อไปเอง น่าเศร้า เพื่อนส่งกันหมดแล้วสินะ ที่เศร้านี่ก็คือ ส่งแต่ซากอ่านะ เหอๆ คือมันเป็นผีเสื้อวันเสาร์พอวันจันทร์ตายซ่ะอีก ก็เลยส่งแต่ซาก55+

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แย่จัง

ทำไมวันนี้รู้สึกแย่ๆจังเลย
ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร..ไม่อยากจะพูดกับใครเลย
ความรู้สึกแปลกๆๆๆๆๆๆๆมากกกกกกกเลยนะ
เป็นไรของเราเนี่ย T^T

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ไม่สบายอีกแล้ว

ทุกคน....มีข่าวมาบอก 555+
เราไม่สบายอีกแล้วอ่า ฮือๆ คันจมูก ฟุดฟิด ติดใครมาก็ไม่รู้เนี่ย เพราะเป็นกันหลายคนเกิน
เห้อ..ร่างกายอ่อนแอ จริงๆเลยเรา ยังไงก็คนที่ยังไม่เป็นก็ดูแลตัวเองด้วยนะ ส่วนคนที่เป็นหวัดอยู่ก็
ป้องกันให้ดีล่ะ55+ เดี๋ยวเราจะเอาเชื้อโรคไปแพร่ อิอิ<ล้อเล่นๆๆๆๆๆ>

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ครึ่งทาง

เรามาครึ่งทางกันแล้วนะเพื่อนๆ เหลือวิ่งอีกประมาณ 100 รอบกันเท่านั้น ยังก็สู้ๆกันต่อไปนะ 555+ เราก็เหนื่อย ทุกคนก็เหนื่อย สู้ๆคะ

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิ่งๆๆ

เห้อพูดแล้วเหนื่อย

ก็วิ่งรอบโรงเรียนนะซิ เมื่อไหร่จะครบก็ไม่รู้ หือๆปวดขา ปวดแขนไปหมดแล้ว เพื่อนๆก็คงคิดเช่นกันใช่มั้ยค่ะ

^^

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปลาเอ้ย

โอ้ย...
ปลาลอยบนหัวแล้ว...มึนๆ
ที่บ้านทอดแต่ปลากินทุกวันเลย
เหอๆ ปลาหลายๆอย่างก็ยังไม่ค่อยเบื่อ
แต่นี่ ปลาโอ ทุกวันเลย หึหึ
ไม่กินก็ไม่ได้ อดตาย
น่าเศร้า....TT

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

บ่นหน่อย

ช่วงนี้จะไปโรงเรียนแบบพะรุงพะรัง (สำหรับเรานะ..อิอิ)เพราะว่าต้องหอบเอารองเท้าผ้าใบและ กางเกงวอร์มไปด้วยอีก ก็ขี้เกียจถืออ่านะ เป็นคนที่ถืออะไรแล้วพอเอาไปวางก็ลืมหยิบทุกที เป็นอะไรที่น่าเบื่อ เหอๆ เป็นเหมือนกันหรือเปล่าค่ะเพื่อนๆ

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ไม่ขึ้น

เพื่อนๆ มองดูหนอนของเราจะไม่รอดซ่ะแล้ว หลังจากที่ตายไปตัวหนึ่ง นี่เราเลี้ยงตัวที่สอง แล้วมันทำใยแล้วนะแต่มันตกลงมาอะ เห็นเนื้อข้างไหนมันโผล่ออกมา มองดูว่าคงจะไม่รอด หือๆๆ สงสัยจะไม่มีบุญพอที่จะเลี้ยงสัตว์นะเนี่ย

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คิดถึงหมา

ก็ตั้งแต่ที่ฉันได้บอกไปว่าหมาของฉันไม่สบายเมื่อตอนเช้าวันพุธ พอตกตอนดึกก็พาไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้น้ำเกลือและออกซิเจน แต่ก็มีชีวิตอยู่ได้ถึง 5 ทุ่ม กว่าๆ ในวันนั้นก็สิ้นใจลงด้วยโรคไตวาย จึงส่งผลให้เป็นโรคหัวใจตามมา และเป็นโรคน้ำท่วมปอดอีกโรคหนึ่ง ฉันดูมันให้น้ำเกลือและออกซิเจนด้วยความสงสารมันมาก ฉันรู้ว่ามันทรมาน และก็คิดอยู่แล้วว่ามันคงอยู่ไม่รอดในคืนนั้น น้ำตาฉันก็ไหลลงมา พ่อกับแม่ก็ร้องไห้ เพราะทำใจไม่ได้ พอมันสิ้นใจหมอก็ถามว่าจะปั้มหัวใจมั้ย พ่อก็บอกว่าไม่ต้องหรอก ปล่อยให้เขาไปสบายเถอะ หมอก็บอกว่าเดี๋ยวเขาจะลองปั้มดู แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะสภาพจิตใจของหมาต่อสู้ไม่ไหวแล้ว ฉัน พ่อและแม่ ก็เลยต้องต้องทำใจอย่างสุดๆ และอุ้มเจ้าหมากลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้โหเลยก็ว่าได้ และลูบหัวให้มันและใส่เสื้อให้มันทำผมให้มันใหม่ พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้ทำบุญตักบาตรไปให้ และได้นำไปฝังในที่สุด
เห้อ...มันก็เป็นอะไรที่เศร้านะของคนรักหมา ถ้าใครไม่ได้รักมันจริง หรือไม่ได้ผูกผันกับมันมาก ก็จะไม่ค่อยเสียใจกับมันสักเท่าไร แต่เราก็ต้องทำใจอะนะ ก็คิดซ่ะว่ามันเป็นเรื่องปกติของชีวิต มีเกิด ก็ต้องมีตาย จึงทำให้ตอนนี้ทำใจได้บ้าง แต่ก็ยังคงคิดถึงมันอยู่ตลอดไป

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เหนื่อยมากมาย

วันนี้ตอนเย็นวิ่งเหนื่อยมากเลย แค่ 4รอบเองนะเนี่ย ตอนแรกก่ะจะสัก 7 รอบ แต่ไม้ดันหมดเสียก่อน เห้อ..เซงเลย วิ่งเสร็จหน้าแดงเลย แล้วก็กระหายน้ำสุดๆ เหอๆ..เพื่อนๆก็คงเป็นเหมือนกันสินะ

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หมาไม่สบาย

หมาฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ อวก ขี้เหลว ฉี่เป็นน้ำปนเลือด ไปฉีดยามา 2 รอบ แล้ว พอกลับบ้านมาอาการทรุดหนัก ตัวเกร่ง ทำท่าจะอวก เดินไม่ได้ ฉันรู้สึกใจไม่ดีเลย ฉันเห็นพ่อของฉันร้องไห้ด้วย ฉันก็รู้สึกกังวลมาก เห็นแล้วก็น้ำตาจะไหล T^T แม่กับพ่อเลยต้องเอาไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้น้ำเกลือ

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทำงานติดหน้าต่างแก่เร็วจริงหรอ

หนุ่มสาววัยทำงานที่นั่งทำงานติดกับหน้าต่าง อาจจะรู้สึกดีที่ได้มองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อพักสายตาจากการทำงานที่ต้องจับจ้องอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือที่มากไปกว่านั้น การมองออกไปนอกหน้าต่าง อาจทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อุดอู้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แม้ว่าการนั่งทำงานติดกับหน้าต่างจะทำให้คุณรู้สึกสบายตามากแค่ไหน แต่คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า มากกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นและแน่นอน การนั่งทำงานติดกับหน้าต่างไปนาน ๆ จะทำให้คุณดูแก่กว่าเพื่อนร่วมงานถึง 10 ปีโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียวล่ะ

จากการศึกษาของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอซองซง ประเทศฝรั่งเศส พบว่า แสงแดดมีผลกระทบโดยตรงที่จะทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะรังสียูวีเอ ที่ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยหมวกหรือแว่นกันแดดนั้น ยิ่งเป็นอันตรายต่อผิวอย่างมาก ซึ่งหากคุณนั่งทำงานติดกับหน้าต่าง รังสียูวีเอจะส่องผ่านเข้ามาและค่อย ๆ ทำลายผิวหนังของคุณ และมันก็ทำให้ผิวเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอย มากกว่าพนักงานที่นั่งในตำแหน่งอื่นถึง 300 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่หนุ่มสาวที่นั่งทำงานติดหน้าต่างเท่านั้น แต่ผู้ที่ต้องนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานานขณะเดินทางมาทำงานก็เช่นกัน เพราะผิวจะสัมผัสกับยูวีเอได้ง่ายและสะสมในแต่ละวัน เผลอ ๆ ยังได้รับยูวีเอในปริมาณมากกว่าผู้ที่นั่งทำงานติดหน้าต่างเสียอีก

ทั้งนี้ ทีมวิจัยยังกล่าวสรุปว่า อายุของผิวนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณรังสียูวีเอที่ได้รับสะสมในแต่ละวัน ยิ่งเราสัมผัสกับแสงแดดแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้แก่ลงเร็วมากเท่านั้น โดยเฉพาะในฤดูร้อน จะสังเกตได้ว่าผิวจะคล้ำเสียได้มากกว่าฤดูอื่น ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องและยืดอายุผิว ควรทาครีมกันแดดป้องกันไว้ตลอดวัน หรือหากเป็นไปได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานติดหน้าต่าง หรือการเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ จะดีที่สุด


แหล่งอ้างอิงhttp://article.zubzip.com/?7165

คุณค่าจากการทานผลไม้ทั้งเปลือก

เปลือกผลไม้นั้น มีประโยชน์มากมายต่อร่างกายของเรา ดังนั้นใครที่ทานผลไม้แบบปอกเปลือกควรเปลี่ยนความคิดใหม่ซะ เพื่อประโยชน์สำหรับร่างกายของคุณเอง

-เปลือกแอปเปิ้ล สามารถต้านมะเร็ง โดยผลของแอปเปิ้ลแดง 1 ผล มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม

- เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (Fiber) ธาตุเหล็ก, โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้ออีก

- ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มีสารดี-ไลโมนีน, เทอปีน เฮสเพอริดีน, คูมารินและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งดีต่อสุขภาพ


แหล่งอ้างอิงhttp://article.zubzip.com/?7287